ชนะบาคาร่าด้วยกลยุทธ์ของเคลลี่ (Kelly Criterion)

ชนะบาคาร่าด้วยกลยุทธ์ของเคลลี่ (Kelly Criterion)

จากที่เคยแนะนำเทคนิคหรือกลยุทธ์ชนะบาคาร่า ในรูปแบบวิธีต่าง ๆ ตามบทความ ดังต่อไปนี้ ไปแล้ว

มาวันนี้ จะแนะนำอีกเทคนิคที่จะช่วยให้ชนะบาคาร่า นั่นคือ กลยุทธ์ของเคลลี่ (Kelly Criterion)

kelly-win-baccarat

กลยุทธ์ของเคลลี่ (Kelly Criterion) คืออะไร

การเล่นบาคาร่าหลาย ๆ เกม เราจะไม่สามารถชนะหน้าตักของบ่อนคาสิโนได้ ในหัวข้อนี้ เราจึงใช้กลยุทธ์เข้ามาช่วย กลยุทธ์ที่ว่า นั่นก็คือ กลยุทธ์ของเคลลี่ (Kelly Criterion) กลยุทธ์นี้เป็นวิธีการบริหารเงินหน้าตักที่ทำให้ความเสี่ยงที่จะหมดตัวน้อยที่สุด และก็เป็นวิธีที่ทำให้เงินหน้าตักเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดด้วย

ความเป็นมาของกลยุทธ์ของเคลลี่ (Kelly Criterion)

สูตรที่เคลลี่ค้นพบนั้น ในเวลาต่อมามันถูกเรียกอย่างง่ายๆว่า Kelly Formula และมันก็ได้กลายเป็นสิ่งที่จุดประกายความคิดให้กับบรรดาสุดยอดนักเก็งกำไรตามแนวโน้ม หรือนักเก็งกำไรตามระบบทั้งหลายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยที่พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องแลบของเบล ในการที่จะพัฒนาระบบในการที่จะตัดสินใจหาขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสมในแต่ละครั้งขึ้นมา (หรือเรียกอีกอย่างว่าหลักการบริหารเงินทุน Money Management นั่นเอง)

Kelly Formula สูตรของเคลลี่

สูตรของเคลลี่คืออะไรอย่างนั้นหรือ? มันก็คือสูตรในการที่จะใช้คำนวนหาขนาดของเงินเดิมพันในแต่ละครั้งนั่นเอง โดยมันมีพื้นฐานมาจากสมมุติฐานที่ว่า สิ่งที่คุณต้องการในการลงทุน ก็คือการเติบโตของเงินทุนในระยะยาวนั่นเอง แต่นี่อาจเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของการนำหลักการบริหารเงินทุนมาชนิดนี้มาใช้ เพราะมันก็เหมือนกับปัญหาในการที่เราจะต้องเลือกระหว่างการลงทุนในหุ้นเติบโต หรือจะเลือกลงทุนในหุ้นปันผลแทน โดยที่หุ้นเติบโตนั้น มีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนที่มากกว่า แต่ในระยะยาวแล้วมันมักที่จะให้ผลตอบแทนที่มากกว่าหุ้นปันผล เหตุผลก็เนื่องมาจากว่าผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในหุ้นเติบโตนั้น จะถูกนำไปลงทุนต่อ (Reinvest) แทนที่จะถูกแจกจ่ายออกไป และการนำผลตอบแทนไปลงทุนต่อเนื่องนั้น ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องถูกนำไปคำนวนเช่นเดียวกัน นั่นจึงทำให้หุ้นปันผลมักที่จะมีความผันผวนที่น้อยกว่าหุ้นเติบโต แต่จะถูกลดหลั่นโดยการที่มันให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่ามากๆในระยะยาวนั่นเอง และสำหรับสูตรของเคลลี่แล้ว มันก็ถูกนำมาใช้เพื่อจุดประสงค์ในการเติบโตของเงินทุนให้สูงที่สุดเช่นกัน มันเป็นการนำผลกำไรที่ได้กลับมาลงทุนและรับความเสี่ยงอีกครั้ง (ในอัตราร้อยละของเงินทุนก้อนใหม่ล่าสุด) ซึ่งหากว่าเป้าหมายการลงทุนของคุณนั้นค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมและต้องการความแน่นอน บางทีแล้ว มันอาจจะเป็นการดุดันเกินไปในการที่คุณจะใช้สูตรชนิดนี้ก็ได้

สูตรของเคลลี่นั้นก็คือ : Kelly% = W-(1-W)/R โดยที่

Kelly% = สัดส่วนร้อยละของเงินทุนที่เหมาะสม ในการที่จะเดิมพันในแต่ละครั้ง

W = อัตราส่วนร้อยละของการเทรดซึ่งเกิดเป็นกำไรขึ้น (ความแม่นยำคิดเป็นเปอร์เซนต์)

R = อัตราส่วนระหว่างขนาดของกำไรโดยเฉลี่ย/ขนาดของการขาดทุนโดยเฉลี่ย

ยกตัวอย่างเช่น

หากคุณมีค่า W (ความแม่นยำ) อยู่ที่ 30% โดยมีค่า R (อัตราต่อรอง) อยู่ที่ 5:1 คุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงหรือเงินเดิมพันที่คุณยอมจะสูญเสียได้ในแต่ละครั้งเท่ากับ

Kelly % = 0.3 – (1- 0.3)/5

= 0.3 – 0.14

= 0.16 หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของเงินทุน (16%) นั่นเอง

อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด Drawdown อย่างมากจนคุณอาจทนไม่ไหว คุณจึงอาจที่จะกระจายการลงทุนออกไปในหุ้นหลายๆตัว โดยมีค่าความเสี่ยงสูงที่สุดไม่เกิน 16% ในเวลาเดียวกันนั่นเอง

วิธีการของเคลลี่ ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารเงินหน้าตัก ก็คือ การกำหนดขนาดของเงินเดิมพันต่อครั้ง เป็นร้อยละของเงินหน้าตักทั้งหมดที่เหลืออยู่ สัดส่วนของเงินหน้าตักที่ใช้เป็นเงินเดิมพันต่อตา มีค่าเท่ากับ กำไรคาดหวัง(%) / อัตราต่อรอง

เช่น กำไรคาดหวัง 0.1 บาทต่อเงินเดิมพัน 1 บาท หรือเท่ากับ 10% ของเงินเดิมพัน อัตราต่อรองเป็น 1:1 ตามสูตรคือ 10%/1 = 10% ของเงินหน้าตักที่เหลืออยู่

ดังนั้นถ้ามีเงิน 1000 บาท เมื่อเริ่มเล่นก็ควรเดิมพันด้วยเงิน 100 บาท ถ้าชนะจะกลายเป็น 1100 บาท ครั้งต่อไปก็เล่นด้วยเงิน 110 บาท แต่หากแพ้จะเหลือเงินอยู่ 900 บาท ครั้งต่อไปต้องเล่นด้วยเงิน 90 บาท แต่ถ้าเราจะใช้เวลา เข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ในการเล่นบาคาร่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความได้เปรียบในเกม ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติมในครั้งหน้านะคะ

เนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง :
Back to Top